กาแฟ โลโก้ - https://coffeemis.com/
Search

เรื่องน่ารู้ของ ขั้นตอนการผลิตกาแฟ 

อย่างที่เรารู้กันดีว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มสมรรถภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และด้วยเอกลักษณ์ที่หอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบด ทำให้กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่หลาย ๆ คนเทใจให้อย่างล้นหลาม แต่ทราบไหมว่ากว่าจะมาเป็นกาแฟแก้วโปรดของใครหลาย ๆ คนได้นั้น เมล็ดกาแฟต้องผ่านกระบวนการผลิตที่หลากหลายขั้นตอน และผ่านการคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างพิถีพิถัน ยิ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีราคาที่สูงมากขึ้นเท่านั้น ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปสำรวจ ขั้นตอนการผลิตกาแฟ กันก่อนเลย

ขั้นตอนการผลิตกาแฟ ที่หอมกรุ่นชวนหลงใหล

1.การเก็บเกี่ยวผลกาแฟ

รูปภาพประกอบด้วย แอปเปิ้ล, ผลไม้, บุคคล, หลากหลาย

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

รู้ไหมว่าเมล็ดกาแฟนั้นใช้เวลาในการปลูกถึง 3-5 ปี กว่าจะได้ผลผลิตที่งอกงาม และยังต้องรอเวลาเก็บเกี่ยวถึง 6-8 ปี  ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เพาะปลูก โดยปกติแล้วผลกาแฟจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายน ยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งการเก็บผลกาแฟที่ดีที่สุด คือ การใช้แรงงานคนเป็นหลัก เพราะในการเก็บแต่ละครั้งจำเป็นต้องเอามือปลิดผลที่แก่เต็มที่แล้วเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลกาแฟที่มีคุณภาพตามความต้องการ และนำไปใช้ในขั้นตอนการผลิตกาแฟต่อไป

2.กระบวนการผลิตกาแฟด้วยวิธีแห้ง

เมื่อได้ผลกาแฟที่สุกงอมได้ที่แล้ว เราจะนำเมล็ดเหล่านั้นไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำมากะเทาะเอาเมล็ดกาแฟด้านในออกมา หากเราเก็บผลกาแฟเอาไว้นานจนเกินไป จะทำให้เมล็ดกาแฟมีสีเข้ม และเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อราขึ้นในเมล็ดด้านในได้ แต่ถ้าเรานำเมล็ดกาแฟไปตากไว้บนถาดหรือลานซีเมนต์ จะช่วยให้เมล็ดกาแฟมีสีที่สม่ำเสมอ ซึ่งการนำกาแฟไปตากแดดจะช่วยไล่ความชื้นที่อยู่ในเมล็ดกาแฟให้ออกไปเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรานั่นเอง  หลังจากนั้นเราจะนำเมล็ดกาแฟดิบไปใช้ในขั้นตอนการผลิตกาแฟถัดไป

3.การบ่มกาแฟ

ส่วนใหญ่แล้วการบ่มกาแฟ เป็นวิธีที่นิยมนำมาใช้กับกาแฟคุณภาพสูง ๆ ซึ่งจะช่วยให้กาแฟมีรสชาติที่หอมกรุ่น ทั้งยังช่วยลดความเปรี้ยวของกาแฟลงได้ด้วย แต่การบ่มกาแฟอาจต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี แต่หากเป็นร้านที่มีคุณภาพสูง ๆ ก็จะใช้เวลายาวนานถึง 8 ปีเป็นต้นไป

4.การคั่วกาแฟ

รูปภาพประกอบด้วย บุคคล, ในอาคาร, เตรียมการ, กระทะ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

หลังจากนั้นเราจะนำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการบ่มเรียบร้อยแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนการผลิตกาแฟที่สำคัญอย่าง การคั่วกาแฟ ซึ่งเราจะนำเมล็ดกาแฟดิบใส่ลงไปในกระทะ แล้วคั่วด้วยอุณหภูมิมาตรฐานที่ใช้กันคือ 120-300 องศาเซลเซียส โดยมีระดับการคั่วกาแฟอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ กาแฟคั่วเข้ม กาแฟคั่วกลาง และกาแฟคั่วอ่อน ซึ่งการคั่วแต่ละระดับจะให้รสชาติของกาแฟที่แตกต่างกันออกไป 

5.การบดกาแฟ

สำหรับการบดกาแฟ ถือเป็นขั้นตอนการผลิตกาแฟลำดับสุดท้าย ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของขั้นตอนการผลิตกาแฟเลยก็ว่าได้ ยิ่งเราบดกาแฟได้มีความละเอียดมากแค่ไหน รสชาติของกาแฟที่ได้ก็จะมีความสมบูรณ์มากเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรการบดกาแฟให้ละเอียดมากจนเกินไป อาจส่งผลให้เวลากรองกาแฟออกมา กากกาแฟจะผสมเข้ามาอยู่ในน้ำกาแฟด้วย ดังนั้นแล้วการบดกาแฟที่ดี จึงไม่ควรบดกาแฟให้ละเอียดจนเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรักษารสชาติและคุณภาพของกาแฟไว้นั่นเอง

รูปภาพประกอบด้วย ถ้วย, กาแฟ, อาหาร, จาน

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

จบกันไปแล้วกับขั้นตอนการผลิตกาแฟที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เห็นไหมว่าขั้นตอนการผลิตกาแฟนั้นต้องผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถันและใช้เวลาที่ยาวนาน จนกลายมาเป็นกาแฟให้ทุกคนได้ดื่มจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ดี ๆ ที่คอกาแฟควรรู้ไว้นะ

อ้างอิง

https://www.coffeefavour.com/acidity-in-coffee-been/

https://www.thailandexhibition.com/talk/detail/?id=5eba525a2c32b

https://coffeemis.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK